วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559

Diary Note No.7




***ไม่มีการเรียนการสอน***

***เนื่องจากมีการสอบกลางภาค***

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559

Diary Note No.6




กิจกรรมศิลปะเกี่ยวกับสีผสมน้ำ


1.วาดภาพอิสระด้วยสีน้ำ






2.การหยดสี




3.การหยดสีในกระดาษเปียก





4.เทสี





5.เป่าสี





6.เป่าฟองสบู่





7.กลิ้งสี





8.ทับสี

9.พ้นสี

10.ย้อมสี

11.ดึงเส้นด้ายชุบสี

12.สลัดสี






13.จัดสีเป็นภาพ






14.ละเลงสี







15.ทาสีตุ๊กตา









ประโยชน์ที่ได้รับ




ได้ทำสื่อใหม่ๆเยอะมากในวันนี้ทุกสื่อล้วนแต่มีการต่อยอดได้ทุกการต่อยอดขึ้นอยู่กับตัวครูผู้สอน



การประเมินผลเพื่อน
เพื่อนๆสนุกกันมากในวันนี้ได้เลอะได้ทำสื่อเยอะแยะมากมายทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินไวมาก


การประเมินผลครู


 อาจารย์เก่งมากที่สามารถคิดสื่ออกมาให้เด็กทำได้อย่างมากมายขนาดนี้

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559

Diary Note No.5


กิจกรรมศิลปะเกี่ยวกับสีเทียน

1.การวาดภาพลายเส้น
2.การวาดภาพด้วยสีเทียน
3.สีเทียนร่วมใจ







4.ถูสีเทียนเป็นภาพ
5.สร้างภาพจากกระดาษทราย





6.ขูดสีเทียนเป็นภาพ




7.สีเทียนกับน้ำ
8.สีเทียนกับผ้า








9.บาติกสีเทียน
10.ปั้นดินเหนียว






11.เพ้นท์หิน





ประโยชน์ที่ได้รับ



ได้ฝึกทำงานศิลปะใหม่ เพื่อนำไปจัดกิจกรรมการสอนให้ตรงกับวัยและพัฒนาของเด็กแต่ละช่วงชั้นวัย




การประเมินผลเพื่อน


เพื่อนๆมีความตั้งใจในการทำชิ้นงานเป็นอย่างมากโดยบางคนอาจจะทำงานออกมาได้เป็นอย่างดีบางคนอาจจะไม่ถนัดแต่ก็พยายามทำให้ออกมาให้ดีที่สุด


การประเมินผลครู

อาจารย์เตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อมทั้งสอนเทคนิคใหม่ๆให้อย่างมากมาย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559

Diary Note No.4



Learning Content  (เนื้อหาการเรียนรู้)

การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย
ความหมายของการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
        
         การจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์และการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกให้กับเด็กปฐมวัย โดยให้ได้รับประสบการณ์จากการเล่น ลงมือปฏิบัติซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาให้ครบทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

จุดประสงค์
  • วางแผนล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
  • นำแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้ในการจัดกิจกรรมแระจำวันให้บรรลุตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
  • การเขียนแผนต้องดูประสบการณ์สำคัญในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย แล้วนำมาใส่ให้ตรงตามเรื่องที่สอนให้ครบทั้ง4ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา

การออกแบบแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
        การจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน บรรลุจุดมุ่งหมายตามหลักสูตรนั้น ครูจำเป็นต้องวางแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมร่วมกับเด็กได้อย่างเหมาะสม และบรรลุผลตามจุดหมายที่กำหนด 
        การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์กับเด็กปฐมวัยอย่างเต็มที่ ครูจะต้องสามารถตอบคำถามพื้นฐานต่อไปนี้
1. วางแผนการจัดประสบการณ์สำหรับใคร ครูต้องรู้จักเด็กที่ตนเองรับผิดชอบ รู้พัฒนาการตามวัย ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ รวมทั้งรู้ว่าควรปรับปรุงและพัฒนาเด็กคนใดในเรื่องใดบ้าง
2. ต้องการให้เด็กเรียนรู้อะไร ครูต้องรู้จุดหมายของการจัดประสบการณ์ ครูจึงควรศึกษาก่อนว่าทักษะ สาระการเรียนรู้ หรือประสบการณ์สำคัญใดที่จะจัดให้กับเด็ก แล้วจึงวางแผนการจัดกิจกรรมต่อไป
3. เด็กจะเรียนรู้เรื่องที่ต้องการให้เรียนรู้ได้ดีที่สุดได้อย่างไร ครูต้องรู้จักคิดหาวิธีสอน และสื่อเพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
4. รู้ได้อย่างไรว่าเด็กเกิดการเรียนรู้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด ครูต้องรู้วิธีประเมินผล สร้างและใช้เครื่องมือประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม

การเขียนแผนการจัดประสบการณ์
ขั้นที่1 เลือกเรื่อง
  • สังเกตจากความสนใจ ความต้องการของเด็กตามสภาพจริง
  • เรื่องต้องชัดเจน ไม่กว้างเกินไป เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ
  • ไม่ควรเลือกสัตว์ คมนาคม

ขั้นที่2 ระดมความคิด
  • สิ่งที่เด็กรู้แล้ว
  • สิ่งที่เด็กต้องการรู้
  • สิ่งที่เด็กควรรู้

ขั้นที่3 คิดกิจกรรม
  • เคลื่อนไหว
  • ศิลปะ (กิจกรรมสร้างสรรค์)
  • เสริมประสบการณ์
  • การเล่นกลางแจ้ง

ขั้นที่4 จัดกิจกรรมตามพัฒนาการ
ขั้นที่5 จัดทำแผนการจัดประสบการณ์



ประโยชน์ที่ได้รับ

ได้ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับการเขียนแผน


การประเมินผลเพื่อน


เพื่อนๆพอถึงเวลาเรียนเนื้อหาก็มีคุยกันบ้างบางคนก็แอบหลับ 



การประเมินผลครู

ถึงแม้จะเป็นการสอนเนื้อหา แต่อาจารย์ก็เตรียมเนื้อหามาเป็นอย่างดีไม่สับสน

วันที่ 28 มกราคม 2559


Diary Note No.3





Learning Content  (เนื้อหาการเรียนรู้)





วัสดุ 


     คือ สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป เช่น กระดาษา สี กาว



กระดาษ
  • กระดาษวาดเขียน
  • กรดาษาโปสเตอร์
  • กระดาษามันปู
  • กระดาษาจากนนิตยสาร
  • การดาษาหนังสือพิมพ์
สี
  • สีเทียน
  • สีชอล์กเทียน (เหมาะสำหรับเด็กโต)
  • สีเทียนพลาสติก
  • สีเมจิก
  • ปากกาปลายสักหลาด
ดินสอ
  • ดินสอสี
สีน้ำ
  • สีฝุ่น (เป็นผง ททึบแสง ผสมกับน้ำได้)
  • สีโปสเตอร์
  • สีน้ำ
  • สีพลาสติก
*เวลาใช้สีน้ำ ควรใช้แป้งเปียก หรือ กาวน้ำ ผสมด้วยจะทำให้สีเข้มขึ้น และ ประหยัดขึ้น

สีจากธรรมชาติแดงกาว (กาวที่เหมาะกับเด็กมาที่สุด คือกาวที่กวนเองจากแป้งมัน หรือแป้งข้าวเหนียว เรียกว่าแป้งเปียก)
  • แป้งเปียก (กาวที่ดีที่สุด)
  • กาวลาเท็กซ์
ดิน
  • ดินเหนียว
  • ดินน้ำมัน
  • ดินวิทยาศาสตร์
อุปกรณ์
     คือ เครื่องมือที่ใช้แล้วไม่หมดเปลืองไป แต่มีอายุการใช้งานยืนนานตามชนิดของสิ่งนั้น ๆ 

ทฤษฎีสี (Theory of colors)
  • สีขั้นที่ 1
    แดง ---> น้ำเงิน ---> เหลือง
  • สีขั้นที่ 2 เอาสีแม่สีมาผสมกัน
    แดง + น้ำเงิน = ม่วง
    แดง + เหลือง = ส้ม
    น้ำเงิน + เหลือง = เขียว
  • สีขั้นที่ 3 เอาสีขั้นที่สองมาผสมกัน  
    ม่วง + น้ำเงิน = คราม
    เขียว + เหลือง = เขียวอ่อน
    ส้ม + แดง = แสด
วรรณสีร้อน
เหลือง ส้มเหลือง ส้มแดง
แดง ม่วงแดง ม่วง

วรรณสีเย็น
เหลือง เขียว เขียวเหลือง
เขียวน้ำเงิน น้ำเงิน ม่วง ม่วงน้ำเงิน

*สีเหลือง กับ สีม่วง อยู่ได้ทั้ง 2 วรรณ

สีคู่ปฏิปักษ์
เหลือง <---> ม่วง
เขียวน้ำเงิน <---> ส้มแดง
เขียวเหลือง <---> ม่วงแดง
เขียว <---> แดง
น้ำเงิน <---> ส้ม
ม่วงน้ำเงิน <---> ส้มเหลือง


กิจกรรมกระดาษร่างต่อจุดเป็นภาพ






ประโยชน์ที่ได้รับ



ได้ฝึกทำงานศิลปะใหม่ เพื่อนำไปจัดกิจกรรมการสอนให้ตรงกับวัยและพัฒนาของเด็กแต่ละช่วงชั้นวัย



การประเมินผลเพื่อน


เพื่อนๆมีความตั้งใจในการทำชิ้นงานเป็นอย่างมากโดยบางคนอาจจะทำงานออกมาได้เป็นอย่างดีบางคนอาจจะไม่ถนัดแต่ก็พยายามทำให้ออกมาให้ดีที่สุด




การประเมินผลครู

อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีสื่อมาสอนที่หลากหลายมีอุปกรณ์มาให้ครบทุกครั้ง

วันที่ 21 มกราคม 2559

Diary Note No.2



Learning Content  (เนื้อหาการเรียนรู้)

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ



1.ทฤษฎีพัฒนาการ
  • พัฒนาการทางศิลปะของโลเวนเฟลด์ (Lowenfeld) 
2.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ 
  • ทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญา (Guilford)
  • ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์
  • ทฤษฎีความรู้สองลักษณะ (สมองสองซีก)
  • ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
  • ทฤษฎีโอตา (ญี่ปุ่น)
3.ทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด
  • นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
  • ศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตัวประกอบของสติปัญญา
    - เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์
    - ความมีเหตุผล
    - การแก้ปัญหา
ความสามารถของสมอง
   แบ่งออกเป็น 3 มิติ
  • มิติที่ 1 เนื้อหา
    - ข้อมูลหรือสิ่งเร้าเป็นสื่อในการคิด สมองรับข้อมูลปคิดพิจารณณา 4 ลักษณะ คือ ภาพ สัญลักษณ์ ภาษา และ พฤติกรรม
  • มิติที่ 2 วิธีการคิด
    - การทำงานของสมอง 5 ลักษณะ การรู้จัก การเข้าใจ การจำ การคิดแบบอเนกนัย การคิดแบบเอนกนัย และ การประเมินค่า
  • มิติที่ 3 ผลของการคิด
    - มี 6 ลักษณะ คือ หน่วย จำพวก ความสัพันธ์ ระบบ การแปรรูป และ การประยุกต์ 
     
สรุป
  • ทำให้เราทราบความสามารถของสมองที่แตกต่างกันถึง 120 ความสามารถตามแบบจำลองโครงสร้างทางสติปัญญาในลักษณะ 3 มิติ มีเนื้อหา 4 มิติ วิธีการคิด 5 มิติ และผลการคิด 6 มิติ รวมความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วย คือ วิธีการคิดอเนกนัย เป็นการคิดหลายทิศทาง หลายแง่มุม คิดได้กว้าง ซึ่งลักษณะการคิดนี้จะนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งแปลกใหม่
ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์
  • เป็นนักจิตวิทยาและนักการศึกษาผู้มีเชื่อเสียง ชาวอเมริกัน
ลำดับของการคิดสร้างสรรค์ 5 ขั้น ของทอร์แรนซ์
  1. ขั้นการค้นพบความจริง
  2. ขั้นการค้นพบปัญหา
  3. ขั้นการตั้งสมมุติฐาน
  4. ขั้นการค้นพบคำตอบ
  5. ขั้นยอมรับผลจากการค้นพบ
 ตัวอย่าง
  1. ขยะ
  2. ทิ้งขยะไม่เป็นที่
  3. จัดการอย่างไรกับขยะ
  4. หาวิธีการจัดการกับขยะได้
  5. ยอมรับผล
*ทอร์แรนซ์ จึงเรียกขั้นการคิดสร้างสรรค์นี้ว่า "กระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ "

ทฤษฎีความคิดสองลักษณะ

  • เป็นทฤษฎีที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะ เป็นการค้นพบความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองมนุษย์
  • การทำงานของสมอง
    - ซีกซ้าย การคิด เหตุผล เชิงวิชาการ
    - ซีกขวา ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ
  • แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธุศรี กล่าวว่า
    - สมองซีกขวา เป็นส่วนของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาได้มากในช่วงวัย 4-7 ปี
    - สมองซีกซ้าย เป็นส่วนของการคิด เหตุผล และพัฒนาดีที่สุดในช่วงอายุ 9-12 ปี และสมองจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 11-13 ปี
แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมองสองซีก
  • ผู้เรียนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมแบบบูรณาการ
  • มีการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ หรือ 4 MAT
  • มีการทำกิจกรรมที่หลากหลาย
ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
  • การ์ดเนอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาการศึกษา ชาวอเมริกัน
  • ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายของสติปัญญา
  • ผู้คิดค้นทฤษฎีพหุปัญญา (ศักยภาพและความสามารถที่หลากหลายของมนุษย์)
การ์ดเนอร์จำแนกความสามารถหรือสติปัญญาของคนเอาไว้ 9 ด้าน
  1. ความสามารถด้านภาษา
  2. ความสามารถด้านดนตรี
  3. ความสามารถด้านกีฬาและการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  4. ความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์
  5. ความสามารถด้านธรรมชาติศึกษา
  6. ความสามารถในด้านการคิดพลิกแพลงแตกต่างในการแก้ปัญหา
  7. ความสามารถด้านตรกกวทิยาและคณิตศาสตร์
  8. ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์
  9. ความสามารถด้านจิตวิเคราะห์
ลักษณะสำคัญ
  • ปัญญา มีลักษณะเฉพาะด้าน
  • ทุกคนมีปัญญาแตะละด้าน 9 ด้าน
  • ทุกคนสามารถพัฒนาปัญญาให้สูงขึ้นได้
ทฤษฎีโอตา (AVTA)
  • ขั้นที่ 1 การตระหนัก
    ต้องตระหนักถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ที่มีต่อตนเองทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น
         - การพัฒนาปรัชญาณ
         - การรู้จักและเข้าในตนเอง
         - การมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์
         - การมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
  • ขั้นที่ 2 ความเข้าใจ
    มีควาามรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องต่าง ๆ
         - ความรู้และเนื้อหาบุคลิกภาพ
  • ขั้นที่ 3 เทคนิควิธี
    - เทคนิควิธีการใช้การฝึกความคิดสร้างสรรค์
    - การระดมสมอง
    - การคิดเชิงเปรียบเทียบ
    - การฝึกจินตนการ
  • ขั้นที่ 4 การตระหนักในความจริงของสิ่งต่าง ๆ
    - เปิดกว้างรับประสบการณ์ต่างๆ โดยปรับตัวอย่างเหมาะสม
    - มีความคิดริเริ่มและผลิตผลงานตนเอง
    - สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม
พัฒนาการทางศิลปะ
  • วงจรของการขีดๆ เขียน


ทฤษฏี
















 กิจกรรมมือน้อยสร้างสรรค์










กิจกรรมวาดภาพต่อเติม














รวมงานเป็นกรอบรูป







ประโยชน์ที่ได้รับ



ได้ทำงานศิลปะง่ายๆที่ใหม่ๆเป็นแนวทางในการเลือกกิจกรรมที่จะนำไปสอนให้กับเด็ก



การประเมินผลเพื่อน


เพื่อนๆทุกคนสนใจงานที่อาจารย์นำมาให้และตั้งใจทำผลงานออกมาได้สวยงามกันทุกคน



การประเมินผลครู

อาจารย์มาสอนตรงเวลาเป็นอย่างมาก พร้อมมีอุปกรณ์มาให้ครบทุกกิจกรรมและมีการนำสื่อใหม่ๆมาให้เด็กเสมอ